บทความที่ได้รับความนิยม

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554

รักอย่างไร...ไม่ไร้สติ


หากพูดถึงวันที่วัยรุ่นหนุ่มสาวทั่วโลกมักจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คงหนีไม่พ้น ๑๔ กุมภาพันธ์วันวาเลนไทน์หรือวันแห่งความรักอย่างแน่นอน วันนี้จะเป็นวันที่วัยรุ่นมักแสดงความรักให้แก่คนที่แอบรักแอบชอบหรือรักกันอยู่แล้ว ผ่านการสารภาพรักโดยการมอบขวัญ หรือเขียนแสดงความรู้สึกผ่านการ์ดลายน่ารักๆและอาจจะทำเก๋กว่านั้นด้วยการพาคนรักไปท่องเที่ยวตามสถานที่โรแมนติกต่างๆ แต่จะมีใครรู้บ้างว่าความหมายที่แท้จริงของวันวาเลนไทน์นั้นคืออะไร


            จริงๆ แล้ววันวาเลนไทน์มีมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมัน ในกรุงโรมสมัยก่อน วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ จะเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองของจูโน่ ซึ่งเป็นราชินีแห่งเหล่าเทพและเทพธิดาของโรมัน ชาวโรมันจะรู้จักเธอในนามของเทพธิดาแห่งอิสตรีและการแต่งงาน และในวันถัดมาอีกวันคือ วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ก็จะเป็นวันเริ่มต้นงานเลี้ยง ที่เรียกว่า Lupercalia การดำเนินชีวิตของหนุ่มสาวในสมัยนั้น จะถูกแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด แต่ทั้งนี้ก็ยังมีประเพณีอีกอย่างหนึ่งที่หนุ่มสาวยังสืบทอดต่อกันมา ก็คือ คืนก่อนวันเฉลิมฉลอง Lupercalia นั้น ชื่อของเด็กสาวทุกคนจะถูกเขียนลงในเศษกระดาษเล็กๆ และจะถูกนำไปใส่ไว้ในเหยือก เด็กหนุ่มแต่ละคนจะดึงชื่อของเด็กสาวออกจากเหยือก แล้วหลังจากนั้นก็จะจับคู่กันในงานเฉลิมฉลอง ซึ่งบางครั้งการจับคู่นี้ส่วนใหญ่ก็จะจบลงด้วยการที่เด็กหนุ่มและเด็กสาวทั้งสองนั้นได้รักกันและแต่งงานร่วมชีวิตกัน


           แต่ทว่าภายใต้การปกครองของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สองนั้น กรุงโรมได้เกิดสงครามหลายครั้ง และจักรพรรดิคลอดิอุสเองก็ประสบปัญหากับการที่จะหาทหารจำนวนมากมาเข้าร่วมทำศึกสงคราม และตัวเขาเองเชื่อว่าเหตุผลที่สำคัญ คือ  ผู้ชายโรมันหลายคนไม่ต้องการจากครอบครัวของตนเอง และคนรักไป จากเหตุผลนี้ ทำให้จักรพรรดิคลอดิอุสมีคำสั่งประกาศให้ยกเลิกงานแต่งงาน และงานหมั้นทั้งหมดในกรุงโรม อย่างไรก็ตาม ยังมีนักบุญใจดีท่านหนึ่งมีนามว่า “ท่านนักบุญวาเลนไทน์”  ท่านเป็นพระนักบุญในสมัยของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง นักบุญวาเลนไทน์และนักบุญมาริอุส ได้จัดตั้งกลุ่มองค์กรเล็กๆ ขึ้น เพื่อช่วยเหลือชาวคริสเตียนที่ประสบกับปัญหาดังกล่าว และได้จัดให้มีการแต่งงานของคู่รักอย่างลับๆ ซึ่งจากการกระทำนี้ ทำให้ท่านต้องถูกจับและถูกตัดสินประหารชีวิตโดยการตัดศีรษะ ดังนั้นในวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์  จึงถือเป็นวันที่นักบุญวาเลนไทน์ได้ทนทุกข์ทรมานและเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์ให้มีความสุข แต่ก่อนที่ท่านจะถูกประหารชีวิต เด็กหนุ่มสาวจำนวนมากต่างพากันมาที่คุกเพื่อจะเยี่ยมนักบุญวาเลนไทน์ และพวกเขาได้โยนดอกไม้และกระดาษที่เขียนข้อความต่างๆ เข้าไปทางช่องหน้าต่างของคุก เพื่อต้องการให้นักบุญวาเลนไทน์รู้ว่า พวกเขาต่างมีความเชื่อและศรัทธาในความรักเช่นกัน และหนึ่งในนั้นได้มีเด็กสาวคนหนึ่งซึ่งเป็นลูกสาวของผู้คุม และพ่อของเธอได้อนุญาตให้เธอได้เข้าไปเยี่ยมนักบุญวาเลนไทน์ได้ในคุก เด็กสาวคนนี้จะให้กำลังใจและเห็นด้วยกับนักบุญวาเลนไทน์ที่ปฏิเสธกฎหมายห้ามแต่งงานกัน และในวันที่นักบุญวาเลนไทน์เสียชีวิต ท่านได้เขียนจดหมายฉบับหนึ่ง เพื่อเป็นการขอบคุณในมิตรภาพและความจงรักภักดีของเด็กสาวคนนั้น โดยท่านได้ลงท้ายจดหมายฉบับนั้นว่า “Love  from  your  Valentine”  นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จึงกลายเป็นประเพณีการแลกเปลี่ยนจดหมายรักในวันวาเลนไทน์  ซึ่งนิยมเขียนและส่งกันในวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ เพื่อแสดงออกถึงความรักที่มีให้กัน ทำให้วันวาเลนไทน์กลายเป็นวันที่มีความสำคัญอย่างมากของวัยรุ่นทั่วโลก รวมถึงวัยรุ่นไทยด้วย
          

          ปัจจุบันความหมายของวันวาเลนไทน์ได้เปลี่ยนไป กลายเป็นเพียงแค่เทศกาลของวัยรุ่นที่ตามกระแสนิยมเท่านั้น และวัยรุ่นมักจะแสดงความรักออกมาในทางที่ผิดหรือไม่เหมาะสม เช่น เมื่อถึงวันวาเลนไทน์จะต้องแสดงความรักโดยการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร มากกว่าที่จะคำนึงถึงความหมายที่แท้จริงของวันวาเลนไทน์ นั่นคือ “การมอบความรัก ความเสียสละและมิตรภาพให้แก่กันและกันอาจเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่ทำให้ผู้ปกครองของเด็กไม่มีเวลาให้ความรู้แก่เด็กถึงการแสดงความรักอย่างถูกต้อง ทำให้วันวาเลนไทน์กลายเป็นปัญหาสังคมทุกปี



           จากปัญหาดังกล่าว กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จึงอยากให้ข้อคิดดีๆ จากแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต เพื่อเตือนสติเด็กวัยรุ่นที่คิดจะมีความรัก ให้รักอย่างมีสติ ว่า
           “ความรัก” ต้องวางอยู่บนรากฐานแห่งความมีสติ เพราะจะทำให้ผู้รักมีความสุข เป็นอิสระ ไม่มีจิตใจที่คับแคบ ที่จะผูกมัดรัด “เขา” เอาไว้เป็นของ “เรา”
           คงต้องหันกลับมามองความรักกันใหม่ โดยเริ่มจาก “ใจ” ของเราก่อน ลองหันกลับมามองตัวเองอย่างจริงใจและมีเมตตา ว่าเรา “รัก” ตัวเราเองเป็นหรือเปล่า...
           ลองมองดูซิว่าเราดูแลกาย จิตและวิญญาณ ของเราดีอยู่หรือไม่ เราเบียดเบียนตัวเราเองจนเกิดทุกข์บ้างไหม เราต้องเริ่ม “รัก” ตัวเองให้เป็นเสียก่อน ถ้าเรา “รัก” ตัวเรา เราจะมีเมตตาต่อตัวเอง
           เราจะไม่เบียดเบียนหรือทำร้ายใจของเราให้ขุ่นมัว...แล้วเราจะรักตัวเองอย่างไม่เห็นแก่ตัว แต่ระมัดระวังใจเราอย่างดี..ใจอย่างนี้จะเข้มแข็งและมีพลังแห่งความรักกว้างขวางยิ่งใหญ่...
           ต้องเตือนใจเราเองอยู่เสมอว่า “เราจะรักอย่างมีสติ”....พร้อมด้วยปัญญา จะต้องไม่ติดอยู่ในความหลงใหลไร้สติ...ที่มุ่งคิดแต่จะให้เขากลับมาตอบสนองเรา เราจึงจะมีความสุข...เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น เรานั่นเองแหละที่จะเจ็บปวดและเกิดทุกข์...
           จงเป็นสุขที่ได้รักเถิด รักอย่างไม่มีเงื่อนไข...รักอย่างไม่คิดยึดครองไว้เป็นของตน..และรักอย่างไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน ถ้าทำได้จะเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่ ไม่คับแคบหากแต่งดงามอย่างกว้างขวางไม่มีที่สุดไม่มีประมาณ..“รักใด ยิ่งรัก ยิ่งทุกข์ ตายอยู่บนกองทุกข์ อย่าบุกต่อ รักใด ยิ่งรัก ยิ่งหมดทุกข์ เยือกเย็น  อยู่เหนือทุกข์ ขอให้รุก ให้ดี...”



ต้องเตือนใจเราเองอยู่เสมอว่า "เราจะรักอย่างมีสติ".... พร้อมด้วยปัญญา"ความรัก" ต้องวางอยู่บนรากฐานแห่งความมีสติ
รักอย่างมีปัญญา เพราะจะทำให้ผู้รักมีความสุข เป็นอิสระ
ไม่มีจิตใจที่คับแคบ ที่จะผูกมัดรัด "เขา" เอาไว้เป็นของ "เรา"

คงต้องหันกลับมามองความรักกันใหม่...
เริ่มจาก "ใจ" ของเราก่อน ลองหันกลับมามองตัวเองอย่างจริงใจ
และมีเมตตา ว่าเรา "รัก" ตัวเราเองเป็นหรือเปล่า...

ลองมองดูซิว่าเราดูแลกาย จิตและวิญญาณ ของเราดีอยู่หรือไม่...
เราเบียดเบียนตัวเราเองจนเกิดทุกข์บ้างไหม...

เราต้องเริ่ม "รัก" ตัวเองให้เป็นเสียก่อน...
ถ้าเรา "รัก" ตัวเรา เราจะมีเมตาต่อตัวเอง...

เราจะไม่เบียดเบียนหรือทำร้ายใจของเราให้ขุ่นมัว...
แล้วเราจะรักตัวเองอย่างไม่เห็นแก่ตัว แต่ระมัดระวังใจเราอย่างดี..
ใจอย่างนี้จะเข้มแข็งและมีพลังแห่งความรักกว้างขวางยิ่งใหญ่...

ต้องเตือนใจเราเองอยู่เสมอว่า "เราจะรักอย่างมีสติ"....
พร้อมด้วยปัญญา จะต้องไม่ติดอยู่ในความหลงไหลไร้สติ...
ที่มุ่งคิดแต่จะให้เขากลับมาตอบสนองเรา เราจึงจะมีความสุข...
เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น เรานั่นเองแหละที่จะเจ็บปวดและเกิดทุกข์...

จงเป็นสุขที่ได้รักเถิด รักอย่างไม่มีเงื่อนไข...
รักอย่างไม่คิดยึดครองไว้เป็นของตน..
และรักอย่างไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน...

ถ้าทำได้...จะเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่...
ไม่คับแคบหากแต่ งดงามอย่างกว้างขวาง ....
ไม่มีที่สุด...ไม่มีประมาณ.....

"รักใด ยิ่งรัก ยิ่งทุกข์ ตายอยู่บนกองทุกข์ อย่าบุกต่อ
รักใด ยิ่งรัก ยิ่งหมดทุกข์ เยือกเย็น อยู่เหนือทุกข์ ขอให้รุก ให้ดี..."


บทความจากหนังสือ เพื่อนทุกข์ ๒ แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น